Course Content
บทเรียนที่ 1:
พันธสัญญาเดิมประกอบด้วยหนังสือ 39 เล่มที่เขียนมากว่าพันปี - กว่าพันๆ ปี ที่มนุษย์มีชีวิต หายใจ ให้ก าเนิด และตาย กว่าพันปีแห่งสงคราม ความขัดแย้ง และกลุ่มคนต่างๆ เดินทางข้ามดินแดนอันกว้างใหญ่ พันธสัญญาเดิมประกอบด้วยบทกวี ประวัติศาสตร์ ค าเทศนา เรื่องสั้น ถูกเขียนขึ้ นโดยนักเขียนหลายคนในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างมากมาย แต่ก็มีความเป็ นหนึ่งเดียว ความเป็ นอันหนึ่งอันเดียวกันที่น่าประทับใจ - ของพระเจ้าองค์เดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ
0/2
บทเรียนที่ 2
การทรงสร้างและสวนเอเดน
0/2
บทเรียนที่ 3
การล้มลง ~ เป็ นสองส่วน
0/2
บทเรียนที่ 4
การทรงสร้างใหม่
0/2
LB301 เบญจบรรณ (Pentateuch)
About Lesson

√ การไปพบกันครั้งที่สามกับครอบครัวที่อียิปต์ 46:1 – 47:31

ความจริงที่ว่าตอนนี้ทุกคนในครอบครัวพากันออกจากคานาอันไปยังอียิปต์ ทำให้เกิดคำถามสำคัญในจิตใจของผู้อ่าน – การอพยพของชาวอิสราเอลไปยังอียิปต์เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หรือไม่ คำถามนี้ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและรัดกุม วิสัยทัศน์ของพระเจ้าเพียงอย่างเดียวในเรื่องราวของโยเซฟ แท้จริงแล้วในหนังสือทั้งเล่ม ได้รับการยืนยันจากยาโคบ (ไม่ใช่โยเซฟ) ว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้ไปยังอียิปต์และเน้นว่าการพักอาศัยของครอบครัวนั้นจะเป็นเพียงชั่วคราว พระเจ้ายังให้ความมั่นใจแก่ยาโคบว่าพระองค์จะอยู่ด้วยกับเขาเช่นเดียวกับในตอนต้นของบทที่ 28 พระสัญญาเดิมในบทที่ 12-36 ยังคงทำงานอยู่ เป็นการยืนยันถึงความเข้าใจของ

โยเซฟในสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำว่าเป็นความจริง และนี่เป็นความก้าวหน้าของ

พระสัญญาของพระเจ้าต่ออับราฮัม “เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่” สำหรับยาโคบคือ: “เราจะอยู่ที่นั่นเพื่อทำให้เจ้าเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่” นี่คือขั้นตอนต่อไป

แต่การที่โยเซฟปฏิบัติต่อชาวอียิปต์ที่ยากไร้นั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่เจ้าเล่ห์ที่จะเข้าหาฟาโรห์หรือไม่? กฎหมายของพันธสัญญาเดิมไม่ได้คิดถึงคนยากไร้ที่ถูกขับไล่ออกมาโดยคนมีอันจะกินมากกว่า สมาชิกในครอบครัวควรช่วยญาติที่ยากไร้ของพวกเขาเช่นเดียวกับที่โยเซฟทำ โดยการซื้อที่ดินของพวกเขาและใช้พวกเขาเป็นทาส (ลนต.25:13-55) สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างยอดเยี่ยม เพราะสำหรับชาวอิสราเอลปีอิสรภาพจะเป็นปีที่ปลดปล่อยพวกเขาและที่ดินของพวกเขาซึ่งเกิดขึ้นทุกๆ 50 ปี เห็นได้ชัดว่าฟาโรห์ไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น แต่โยเซฟไม่สามารถตำหนิเรื่องนี้ได้ อาหารสำรองยังเป็นแหล่งที่มาของการกดขี่ เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆ ที่ขาดแคลนและจำเป็นสำหรับชีวิต ความอดอยากในแอฟริกามักเกิดจากฝนและการเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี แต่รัฐบาลที่ทุจริตก็จะขายข้าวเกินดุลเพื่อให้ได้เงินในปีที่อุดมสมบูรณ์ พวกเขาสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากโยเซฟ โยเซฟอนุญาตให้เกษตรกรทำไร่บนที่ดินของตนและเก็บรักษา 4/5 ของผลผลิต เขาช่วยอียิปต์จากความอดอยากในกระบวนการ

√ วันสุดท้ายของยาโคบและโยเซฟ 48:1 – 50:26

ยาโคบ

ตายเมื่ออายุ 147 ปี

ยาโคบอวยพรบุตรชายของโยเซฟ (บทที่ 48)

คู่ขนานกับฉากการตายของอิสอัค

ความมืดบอดของปิตาจารย์                                      48:10          //          27:1

พรที่ให้แก่บุตรชายที่อายุน้อยกว่า                            48:14-6       //          27:27-9

    (มนัสเสห์อายุมากกว่า/เอฟราอิมอายุน้อยกว่า)

การคัดค้าน                                                              48:17-8       //          27:34-6 การยืนยัน                                                                      48:19-20     //        27:37-40

พรที่สอง                                                                   49:2-28       //          28:2-6

ตลอดบทปิดท้ายมีการอ้างอิงอื่นๆ อีกมากมายเกี่ยวกับตอนอื่นๆ ก่อนหน้าในหนังสือเล่มนี้ เราได้พูดคุยกันไปแล้วถึงความหมายที่อยู่เบื้องหลังการให้พรสองครั้งแก่บุตรชายของโยเซฟ ซึ่งยาโคบรับเอฟราอิมและมนัสเสห์เป็นบุตรบุญธรรมของเขา (ข้อ 5) ในอนาคตของเผ่าทั้ง 12 เผ่า เอฟราอิมและมนัสเสห์จะถูกรวมเข้าแทนที่

โยเซฟ อันที่จริงเชื้อสายของเอฟราอิมจะมาแทนที่รูเบน ซึ่งถูกขับไล่ในฐานะผู้นำ

ของ 12 เผ่าใน 1พศด.5:1, 2 เพราะรูเบนทำให้เตียงของพ่อเป็นมลทิน

พรที่นี่เน้นไปที่พระเจ้าอย่างสมบูรณ์ – มีการกล่าวถึงพระองค์ 4 ครั้ง (ข้อ 15 มี 2 ครั้ง ข้อ 16 ข้อ 20) การกระทำที่กลับกันเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ดังที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัวนี้ ราวกับว่าไม่ใช่ยาโคบที่จะตัดสินใจ เขาไม่สามารถที่จะรักษาอำนาจของพรจากทางของมันเอง ชนชาติอิสราเอลกล้าที่จะเชื่อว่าอนาคตถูกกำหนดไว้ ไม่ใช่เพราะชายชราผิดพลาด แต่เป็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า (Brueggemann 363) นี่แตกต่างพรที่อิสอัคมอบให้ยาโคบและเอซาว ที่นี่เป็นพรอย่างแท้จริงสำหรับบุตรชายทั้งสอง ไม่มีคำพูดใดๆ ที่แสดงถึงการเลือกปฏิบัติของพี่น้องคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง เช่น อิสอัคเหนือกว่าอิชมาเอล และยาโคบเหนือเอซาว คำพูดตรงนี้แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกัน (Brueggemann 364)

เรื่องราวของยาโคบนั้นถูกครอบงำโดยการแสวงหาพรของเขา ตอนนี้ในตอนท้ายของชีวิตเขามองย้อนกลับไปและประกาศว่า “พระเจ้าได้ทรงอวยพรฉัน” (48:3) ที่นี่ยาโคบก็ถ่ายทอดมรดกทางศาสนาของพระสัญญาอันสูงส่งของบรรพบุรุษไปยังลูกหลานของเขาเอง ยาโคบเป็นประจักษ์พยานคนสุดท้ายในหมู่ปิตาจารย์ที่ได้รับการเปิดเผยพระประสงค์ของพระเจ้าโดยตรง และเขาปฏิบัติตามภารกิจในการส่งต่อมรดกที่นี่ ขณะที่กำลังจะตาย โยเซฟก็จะย้ำคำมั่นสัญญาในขณะที่เขากำลังจะเสียชีวิตเช่นกันใน 50:24 คำปฏิญาณและพระสัญญาของพระเจ้ามักเกิดขึ้นซ้ำๆ ในช่วงเวลาวิกฤติตลอดปฐมกาล

หัวข้อของปฐมกาล 49 จะดีกว่าหากเป็นพันธสัญญาของยาโคบแทนที่จะเป็นการอวยพรของยาโคบ เนื่องจากมีทั้งคำสาปและคำอวยพร มันเป็นบทกวียาวบทแรกใน

พระคัมภีร์ ยูดาห์และโยเซฟได้รับความภูมิใจของสถานที่ เราเห็นการผสมผสานของคำพูดยาวๆ โดยเฉพาะกับลูกชายสองคนนี้ มีคำพูดสั้นๆ เกี่ยวกับลูกชายคนอื่นๆ ที่ใช้ชื่อของพวกเขาเป็นสำนวนหรือเปรียบเทียบพวกเขากับสัตว์

ความตายของยาโคบนั้นได้รับการไว้ทุกข์ในอียิปต์ในลักษณะที่เหมือนกษัตริย์ – 70 วัน การเดินทางมาฝังศพของครอบครัวจากอียิปต์ไปยังคานาอัน เป็นเหมือนการคาดการณ์ว่าจะมีการอพยพในภายหลัง เพื่อจะสำเร็จตามพระสัญญาขั้นสุดท้าย อีกครั้งหนึ่งที่เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบของเบญจบรรณ คือการบรรลุเป้าหมายบางส่วนของพระสัญญากับปิตาจารย์ แม้พวกเขาจะมีความล้มเหลว แต่พวกเขาก็เป็นภาพคนแห่งความเชื่อที่ไว้วางใจในพระสัญญาเหล่านี้ และตั้งหน้าตั้งตารอวันที่จะสำเร็จ

บรรดาพี่ชาย

เรื่องราวของโจเซฟเตือนความจำเราว่าอดีตไม่ได้ถูกลืมได้ง่ายๆ และเมื่อความตายของยาโคบมาถึง บรรดาพี่ชายเริ่มกังวลอีกครั้งว่าโยเซฟอาจแสวงหาการแก้แค้น เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสารภาพบาปอย่างเปิดเผยและวิงวอนขอการให้อภัย แม้ว่าพวกเขาพูดเกี่ยวกับคำพูดของพ่อและการขาดความไว้วางใจในโยเซฟทำให้โยเซฟร้องไห้ก็ตาม พวกเขากราบลงต่อหน้าโยเซฟอีกครั้งและเสนอที่จะเป็นทาสของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่มีการบอกว่าพวกเขาคำนับโยเซฟในฐานะโยเซฟ ไม่ใช่ในตำแหน่งเจ้าชายแห่งอียิปต์ บรรดาพี่ๆ รู้ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำลายวงจรและขับไล่ความผิดออกไปได้นั่นก็คือคนที่พวกเขากลัวที่สุด ความจริงที่ว่าพวกเขากราบลงอีกครั้งนำมาถึงการเชื่อมโยงกับความฝันในบทที่ 37 ที่โยงไปข้างหน้าอย่างเต็มที่จนถึงจุดจบของเรื่องราวที่นี่ในบทที่ 50 (Brueggemann 370) โยเซฟสามารถอธิบายจุดประสงค์ของการทนทุกข์ทั้งหมดของเขาได้อย่างชาญฉลาด ว่าพระเจ้าทรงวางแผนไว้เพื่อให้เกิดผลดี เพื่อให้คนจำนวนมากมีชีวิตรอด “พวกท่านคิดร้ายต่อเราก็จริง แต่ฝ่ายพระเจ้าทรงดำริให้เกิดผลดีดังที่เป็นอยู่วันนี้ คือช่วยชีวิตคนเป็นอันมาก” (ข้อ 19) นี่เป็นบทสรุปของการเล่าเรื่องทั้งหมดของโยเซฟ พระเจ้ามีแผนการสำหรับคนของพระองค์ แผนการที่ดี และแผนนั้นจะไม่ล้มเหลว เรื่องนี้เตือนเราว่าพระเจ้าอาจนำความทุกข์มายังผู้บริสุทธิ์แต่พระองค์ก็ทรงปกป้องพวกเขาด้วยความรอดอันยิ่งใหญ่ หลักการแห่งความรอดนี้ถูกนำมาให้ทุกคนผ่านความทุกข์ของผู้บริสุทธิ์ ซึ่งพบการแสดงออก

ที่ชัดเจนนี้ในพันธสัญญาใหม่ ในชีวิต ความตาย และความสูงส่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

โยเซฟ

ตลอดเรื่องราวของโยเซฟ เขามีตำแหน่งเทียบเท่ากับของอับราฮัมและยาโคบ แต่

โยเซฟถูกแยกออกจากเหล่าปิตาจารย์ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสามที่มีสัญญาในเรื่องดินแดนและลูกหลาน (ทายาท) ว่าจะได้รับ – ไม่มีที่ใดในเรื่องนี้ที่เขาได้รับข้อมูลโดยตรงจากคำอวยพรหรือคำตรัสจากพระเจ้าเหมือนกับอีกสามคนอย่าง อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ เขากลายเป็นคนแรกที่ย้ำพระสัญญาที่มีต่อ อับราฮัม อิสอัคและยาโคบ (50:24) ซึ่งชาวฮีบรูหลายชั่วอายุคนจะเดินตามรอยเขาไป อันที่จริงเส้นทางแห่งพรอันมีเกียรติสำหรับคนทั้งโลกจะผ่านทางยูดาห์ไม่ใช่โยเซฟ โยเซฟทำให้เห็นวิธีการรักษาครอบครัวในต่างแดน (เป็นภัยคุกคามต่อพระสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนแห่งพันธสัญญา) และอธิบายว่าอย่างไรและทำไมครอบครัว เผ่าพันธุ์ ชนชาติต้องถูกนำออกจากอียิปต์ก่อนที่จะได้รับการอวยพรในแผ่นดินแห่งพันธสัญญา นี่คือเรื่องราวที่เราจะดำเนินต่อไปในอพยพ

Exercise Files
No Attachment Found
No Attachment Found
0% Complete