Course Content
บทเรียนที่ 1:
พันธสัญญาเดิมประกอบด้วยหนังสือ 39 เล่มที่เขียนมากว่าพันปี - กว่าพันๆ ปี ที่มนุษย์มีชีวิต หายใจ ให้ก าเนิด และตาย กว่าพันปีแห่งสงคราม ความขัดแย้ง และกลุ่มคนต่างๆ เดินทางข้ามดินแดนอันกว้างใหญ่ พันธสัญญาเดิมประกอบด้วยบทกวี ประวัติศาสตร์ ค าเทศนา เรื่องสั้น ถูกเขียนขึ้ นโดยนักเขียนหลายคนในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างมากมาย แต่ก็มีความเป็ นหนึ่งเดียว ความเป็ นอันหนึ่งอันเดียวกันที่น่าประทับใจ - ของพระเจ้าองค์เดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ
0/2
บทเรียนที่ 2
การทรงสร้างและสวนเอเดน
0/2
บทเรียนที่ 3
การล้มลง ~ เป็ นสองส่วน
0/2
บทเรียนที่ 4
การทรงสร้างใหม่
0/2
LB301 เบญจบรรณ (Pentateuch)
About Lesson

√ ชื่อ – กันดารวิถี

การแปลเป็นภาษากรีกจากพระคัมภีร์ฮีบรู ตั้งชื่อหนังสือว่าการนับเพราะรายการสำมะโนครัวประชากร แต่พระคัมภีร์ภาษาฮีบรูใช้คำในข้อแรกว่า “ในถิ่นทุรกันดาร” พระธรรมกันดารวิถีอาจเรียกได้ว่า “แนวทางในถิ่นทุรกันดาร” ซึ่งครอบคลุม 38 ปี 9 เดือนในการเผชิญหน้ากับพระเจ้าที่ภูเขาซีนาย เตรียมสำหรับที่ราบโมอับเพื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา การเดินทางหากใช้เส้นทางตรงจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น แต่การเล่าเรื่องระบุว่า 38 ปีนี้เป็นการลงโทษ เพราะขาดความเชื่อ (กดว.14:20-45) ดังนั้นคนรุ่นที่ไม่เชื่อเกือบทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าดินแดนแห่งพันธสัญญา

         √ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1) เหตุการณ์รอบๆ ซีนาย 1:1-12:16

2) เหตุการณ์รอบๆ คาเดช 13:1-22:1

3) เหตุการณ์ที่ราบโมอับ 22:2-36:13

          √ ประเภท

ส่วนแรกมีกฎหมาย แนวทาง และคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญา ส่วนที่สองและสามเป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของชาวอิสราเอลในการวางใจพระเจ้าขณะที่เดินในทะเลทราย และจากนั้นพวกเขาก็เตรียมที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาขณะอยู่บนที่ราบโมอับสลับกับกฎหมายที่เพิ่มเติมเข้ามา

√ เหตุการณ์สำคัญ

บทที่

11 นกคุ่มและภัยพิบัติ

12 การบ่นพึมพำของมิเรียมและอาโรนที่ต้องการจะเป็นผู้นำ

13 สายลับที่ส่งไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญา

14 ความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่ – มีเพียงโยชูวาและคาเลบเท่านั้นที่มีความเชื่อ

16 กบฏโคราห์และกลุ่มคน – ต้องการเป็นจะผู้นำ (แผ่นดินกลืนพวกเขา/ไฟเผาผลาญคนอื่นๆ) อาโรนทูลขอวิงวอน

17 ไม้เท้าของอาโรนเพื่อพิสูจน์ว่าพระเจ้าทรงเลือกเขา

20 น้ำที่เมรีบาห์ – ความล้มเหลวและการไม่เชื่อฟังของโมเสส – การกระทำของโมเสสเปรียบได้กับการกบฏของประชาชน เมื่อพวกเขาปฏิเสธที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา

21 งูทองสัมฤทธิ์ – พระเยซูถูกยกขึ้น (ยน.3:14-15)

23 ความพยายามของบาลาอัมในการสาปแช่งอิสราเอลและลาพูดได้

25 บาอัลแห่งเปโอร์ – ความกระตือรือร้นของเฟเนหัสต่อชาวอิสราเอลและหญิงชาวมีเดียน

ความสัมพันธ์ทางเพศ = การแยกตัวออกจากศาสนา การนมัสการพระบาอัลของชาวคานาอัน จะทำให้เกิดภัยพิบัติแก่ชาวอิสราเอลหลายชั่วอายุคน

√ ข้อความ

ตลอดพระธรรมกันดารวิถี ข้อความคือความซื่อสัตย์ของพระยาเวห์ในการเผชิญกับการกบฏของอิสราเอล และผลที่ตามมาซึ่งเกิดจากการไม่เชื่อฟังพันธสัญญา อิสราเอลทำลายพันธสัญญากับพระยาเวห์ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เป็นเพราะพันธสัญญาที่เกิดขึ้นผ่านพลับพลาและระบบการถวายเครื่องบูชา ตอนนี้มีวิธีเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าขึ้นมาใหม่

         √ เนื้อหาหลัก

1) ตัวเลขสำมะโน (LaSor 103-106) การลงทะเบียนของประชาชนเป็นขั้นตอนการบริหารร่วมกับ ANE การสำรวจสำมะโนประชากรนี้ทำสองครั้งในกันดารวิถี โดยมีจุดประสงค์สามประการคือ ตระหนักถึงกำลังมนุษย์ในการทำสงคราม การจัดสรรงานที่มอบหมาย และเป็นพื้นฐานสำหรับการเก็บภาษี

2) การทรงสถิตและการจัดเตรียมของพระเจ้า (LaSor 107) ทำให้สามารถมองเห็นพระเจ้าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (9:15) ปกป้องผู้คนอย่างแท้จริงจากแสงแดดอันร้อนแรงในแต่ละวันและอากาศทะเลทรายที่เย็นยะเยือกในเวลากลางคืน พระเจ้าจัดเตรียมให้แก่ประชาชนสามวิธีในช่วงเวลานี้: 1) ผ่านการทรงนำโดยตรง การป้องกันทางกายภาพ และวัสดุอุปกรณ์ 2) คำแนะนำในกฎหมายของพระเจ้าและ 3) สถาบันของรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ (บ่อยครั้งเป็นโมเสส อาโรนกับกลุ่มของเขา บทที่ 17 โยชูวากับคนสอดแนม การทูลขอกับพระเจ้าโดยทั้งโมเสสและอาโรน)

3) การบ่นของประชาชนและการกบฏ แม้ว่าพระเจ้าจะส่งเนื้อมาให้แก่พวกเขาซึ่งพวกเขาบ่นขอว่าอยากได้ พวกเขาก็ยังบ่นในสิ่งที่พระองค์ส่งมาให้ เมื่อพระองค์นำพวกเขาไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาพวกเขาก็ปฏิเสธที่จะเข้าไป จนต้องใช้เวลาทั้งหมด 40 ปีในถิ่นทุรกันดารเพื่อเตรียมคนรุ่นต่อไปให้เข้าสู่ดินแดนนั้น มิเรียมและอาโรน

กบฏต่อการเป็นผู้นำของโมเสส (บทที่ 12) ในขณะที่โคราห์กบฏต่อการเป็นผู้นำของอาโรน (บทที่ 16) โมเสสกบฏต่อคำสั่งของพระเจ้า (บทที่ 20) ประชาชนกบฏหันไปกราบไหว้พระบาอัลเปโอร์ (บทที่ 25) ถิ่นทุรกันดารแห่งพระธรรมกันดารวิถีเป็นสถานที่แห่งการทดสอบ และเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะบ่อยครั้งที่ประชาชนไม่ผ่านการทดสอบ

การตอบสนองของโมเสสต่อความโกรธของพระเจ้าคือการขอร้องเพื่อประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า (เหมือนที่เขาทำกับลูกวัวทองคำในพระธรรมอพยพ อาโรนพร้อมเครื่องหอมหลังจากกบฏของโคราห์ (16:41) โมเสสกับงูทองสัมฤทธิ์ (21:6) ถ้าพระเจ้าไม่ได้กำหนดวิธีการคืนสภาพให้กับประชาชน จะไม่มีความหวังสำหรับพวกเขาเลย พระเจ้าทรงรู้สึกว่าคนรุ่นนี้ไม่พร้อมสำหรับดินแดนแห่งพันธสัญญา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในกันดารวิถีใช้ใน 1คร.10 และฮบ.3-4 เพื่อเตือนคริสเตียนในพันธสัญญาใหม่ว่าพวกเขาอาจตกเข้าไปในบาปและการไม่เชื่อฟัง แม้ว่าพวกเขาจะได้รับอิสรภาพและการปลดปล่อยผ่านทาง

พระคริสต์แล้วก็ตาม

4) พระยาเวห์และบรรดาประชาชาติ (LaSor 109) เรื่องราวของบาลาคและบาลาอัมกับลาพูดได้แสดงให้เห็นว่าการควบคุมความเป็นองค์อธิปไตยของพระเจ้าอยู่เหนือประชาชาติ ตลอดจนความสามารถของพระองค์ในการปกป้องอิสราเอล บาลาอัมผู้เผยพระวจนะเถื่อนนำโดยกษัตริย์บาลาคแห่งโมอับที่อยากสาปแช่งอิสราเอลไม่สามารถสาปแช่งอิสราเอลได้ ทำได้เพียงแต่อวยพรเท่านั้น ในขณะที่คำสาปแช่งกลับไปสู่โมอับ เอโดม และอามาเลข

       √ ประชากรของพระเจ้าในถิ่นทุรกันดาร

ถิ่นทุรกันดารมีความหมายหลายอย่างกับคนจำนวนมากตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมักจะหมายถึงสถานที่ของความยากลำบากที่ยิ่งใหญ่ ที่ซึ่งสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิตไม่ได้ได้มาอย่างง่ายๆ ดวงอาทิตย์แผดเผาและลมก็ทำให้ระคายเคือง มันอาจเป็นสถานที่แห่งความชั่วร้ายและอันตราย ที่ซึ่งแมงป่อง งู วิญญาณ และปีศาจร้าย รอเหยื่ออันเคราะห์ร้ายของพวกมัน สำหรับคริสเตียนยุคแรกมันเป็นสถานที่เฉพาะที่ใช้สำหรับหลบภัยและหลบหนีจากการข่มเหง เมื่อการข่มเหงไม่มีอีกต่อไป มันกลายเป็นที่ซ่อนเร้นสำหรับพวกจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่แสวงหาการเติบโตทางฝ่ายวิญญาณ โดยอารยธรรมของมนุษย์ที่กระจัดกระจาย ความใกล้ชิดระหว่างชีวิตและความตายในถิ่นทุรกันดาร ดูเหมือนจะนำเข้าใกล้แหล่งที่มาของชีวิตและความตาย คือพระเจ้าเอง

สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่เป็นเวลา 400 ปีในอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าและเป็นสากลทะเลทรายจะต้องมีอันตรายและสิ่งไม่ดีอย่างแน่นอน ความสะดวกในเรื่องของอาหารการกิน ที่พักพิง และแรงงาน (แม้ว่าพวกเขาจะถูกบังคับก็ตาม) ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย แต่เป็นความปลอดภัยที่ไม่จริง แล้วตอนนี้ก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งระบุว่าพระเจ้าองค์แปลกนี้ต้องการให้พวกเขานมัสการพระองค์ในถิ่นทุรกันดาร เขาบ้าไปแล้วเหรอ แน่นอนเราจะตายที่นั่น แต่ความคิดที่อยากเป็นอิสระจากการเป็นทาสทำให้พวกเขาเดินตามต่อไป

นับตั้งแต่เวลาที่พวกเขาออกจากอียิปต์จนกระทั่งพวกเขาเข้าสู่ดินแดนแห่ง

พันธสัญญา 40 ปีต่อมาชาวฮีบรูอยู่ในถิ่นทุรกันดาร หัวข้อย่อยของถิ่นทุรกันดาร

แห่งการเดินทาง คือสถานที่แห่งพันธสัญญา และถิ่นทุรกันดารเป็นสถานที่แห่งการทดสอบ ซึ่งจะได้เรียนรู้ต่อไป เพื่อพิจารณาว่าภาพของประชาชนในการเดิน

เร่ร่อนในพระธรรมกันดารวิถีนั้นเป็นอย่างไร

ถิ่นทุรกันดารแห่งการเดินทางนั้นเป็นที่เข้าใจ ทั้งในด้านภูมิศาสตร์/กายภาพและจิตวิญญาณ การเดินทางครั้งนี้มีทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด 40 มีการระบุไว้เพื่อแสดง

40 ปีของการเร่ร่อน แต่การเดินทางทางจิตวิญญาณในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีความสำคัญต่อกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้เพื่อจะปรับสำหรับประชากรของพระองค์ สิ่งล่อใจล้อมรอบพวกเขา สิ่งล่อใจที่จะหยุดและไม่ไปต่อนั้นเป็นเรื่องจริงสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตามสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือการล่อลวงที่ไม่เพียงแต่จะหยุดเท่านั้น แต่จะหันหลังกลับและกลับไปที่อียิปต์ ความกลัวในถิ่นทุรกันดารนี้รวมกับการขาดความเชื่อและความไว้วางใจในการนำของพระเจ้าและการนำของมนุษย์ จนกระทั่งประชาชนตัดสินใจว่านั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่จะทำอย่างแน่นอน กันดารวิถี 14 บอกถึงการกบฏของประชาชนที่ขัดต่อแผนของพระเจ้าและพระสัญญาของพระองค์ พระองค์พร้อมที่จะให้ดินแดนแห่งสัญญาแก่พวกเขา พวกเขาปฏิเสธที่จะรับมันและปฏิเสธพระองค์ ความปรารถนาเดียวของพวกเขาคือการกลับสู่ความปลอดภัยในอียิปต์ พวกเขายินดีที่จะเป็นทาส (ท้ายที่สุดแล้ว โรคคิดถึงบ้านทำให้มีความทรงจำที่จำกัด) แทนที่จะเป็นอิสระเสี่ยงๆ กับพระเจ้าแปลกๆ องค์นี้ เป็นเวลา 38 ปีที่พระเจ้าให้คนเหล่านี้เร่ร่อนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเตรียมและหล่อหลอมคนรุ่นต่อไปสู่การยอมรับแผนการของพระองค์ และพระประสงค์ของพระองค์สำหรับพวกเขา สำหรับชาวอิสราเอลรุ่นแรก และการเดินทางของพวกเขามีแง่บวกน้อยมากแต่แง่ลบนั้นมีมาก

ถิ่นทุรกันดารในฐานะที่เป็นสถานที่แห่งพันธสัญญาเริ่มขึ้นในอพยพที่ภูเขาซีนาย ที่ประชาชนได้รับพันธสัญญาแรกและทำลายมัน จุดเริ่มต้นของกันดารวิถีพบว่าพวกเขายังคงอยู่ที่ภูเขาซีนายจากที่ซึ่งพวกเขากำลังย้ายไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา

พระลักษณะของพระเจ้าเปิดเผยผ่านพันธสัญญาของพระองค์ เป็นความปรารถนาของพระองค์ที่จะมีความสัมพันธ์กับประชาชนเหล่านี้ เพื่อทำให้พวกเขาเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์ของพระองค์ พระคุณและความเมตตาของพระองค์แสดงออกเมื่อพระองค์ทรงให้อภัยกับการกระทำที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น และความหวาดกลัวตลอดเส้นทางในถิ่นทุรกันดาร พันธสัญญาเปิดเผยให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และความเห็นอกเห็นใจของพระเจ้าที่เป็นในเชิงบวกอย่างแน่นอน แต่มันก็ยังเผยให้เห็นจิตใจที่ดื้อรั้นของมนุษย์ด้วย ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ประชาชนหักพันธสัญญานี้ที่พวกเขาได้มาอย่างเสรี พวกเขาปฏิเสธที่จะเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ในการเข้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา (บทที่ 14) พวกเขาหันไปกราบไหว้รูปเคารพอย่างพระบาอัลเปโอร์ (บทที่ 25) พวกเขาละเมิดกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์อย่างโจ่งแจ้ง ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่นอกจากความหวังว่าคนรุ่นต่อไปจะซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าแห่งพันธสัญญาพระองค์นี้มากขึ้น

ถิ่นทุรกันดารกลายเป็นสถานที่แห่งการทดสอบอันยิ่งใหญ่ คนเหล่านี้พร้อมที่จะเป็นชาติบริสุทธิ์หรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องได้รับการลับและฝึกฝนให้ดียิ่งขึ้นก่อน? พฤติกรรมการบ่นและทะเลาะวิวาทของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงการขาดความไว้วางใจในแผนงานของพระเจ้าและการนำของพระองค์ พวกเขาบ่นเกี่ยวกับความทุกข์ยากและการขาดแคลนเนื้อสัตว์ ในขณะที่โมเสสบ่นเกี่ยวกับภาระของความเป็นผู้นำ (บทที่ 11) อาโรนและมิเรียมบ่นเรื่องบทบาทการเป็นผู้นำของโมเสส (บทที่ 12) คนสอดแนมถูกทดสอบเรื่องการวางใจในแผนการของพระเจ้าที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาและกระจายความกลัวไปสู่ประชาชนทั้งหมด (บทที่ 13 และ 14) โคราห์และกลุ่มคนเลวีของเขาถูกทดสอบด้วยความภักดีต่อโมเสสในฐานะผู้นำและอาโรนในฐานะปุโรหิต (บทที่ 16) แม้แต่โมเสสเองก็ถูกทดสอบที่หินที่เมริบาห์ (บทที่ 20) ความชั่วร้ายของชาวอิสราเอลถูกนำไปสู่จุดต่ำต้อยตลอดเวลาโดยการกระทำของพวกเขาที่เปโอร์ (บทที่ 25) มีการทดสอบมากมายและล้มเหลวอย่างน่าสังเวช ดูเหมือนจะมีความเชื่อและความไว้วางใจน้อยมากในหมู่คนหัวแข็งนี้ แน่นอนว่าแง่ลบของบาป ความชั่วร้าย การกบฏและความไม่เชื่อ ปรากฏซ้ำๆ กันตลอดส่วนนี้ของพระธรรมกันดารวิถี

แต่มีเรื่องราวมากกว่าหนึ่งเรื่องและมีการแสดงประวัติศาสตร์มากกว่าหนึ่งเรื่องให้เราเห็น ประชาชนมีทางเลือกที่จะทำระหว่างสองประวัติศาสตร์ หนึ่งคือประวัติศาสตร์ที่หลายคนได้เลือก มันเป็นประวัติศาสตร์ของถิ่นทุรกันดารเป็นสถานที่ๆ ถูกทอดทิ้งและน่าหวาดกลัว เป็นสถานที่ๆ เป็นอันตรายและเต็มไปด้วยความตาย ชาวอิสราเอลทั้งรุ่นยึดประวัติศาสตร์นี้อย่างแน่นหนาและปฏิเสธที่จะปล่อยมือจากมัน  มีประวัติศาสตร์ของถิ่นทุรกันดารอื่นอีกเช่นกัน มันเป็นประวัติศาสตร์แห่งความหวังและความไว้วางใจในพระเจ้า เป็นประวัติศาสตร์แห่งคำสัญญาที่นำชีวิตไม่ใช่ความตาย เป็นประวัติศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อในพระเจ้า โมเสสเลือกประวัติศาสตร์นั้นและเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน แม้ว่าเขาจะล้มเหลว ณ จุดหนึ่ง แต่เขาก็ยังสามารถส่องสว่างให้กับคนอื่นๆ อีกมากมาย เขาเป็นผู้นำในด้านบวกและอุทิศตน จนในที่สุดเขาย้ายผู้คนที่หัวแข็งทื่อนี้ไปยังดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้งได้อย่างปลอดภัย เขาคือหัวใจที่เข้ามาช่วยเหลือป้องกันการทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า คนอื่นเริ่มเข้าใจและยอมรับประวัติศาสตร์นี้เช่นกัน โยชูวาและคาเลบเป็นพยานเมื่อพวกเขายืนหยัดต่อสู้พวกกบฏในบทที่ 14 ดูเหมือนว่าอาโรนจะปล่อยมือจากประวัติศาสตร์เก่าแก่หลังจากการกบฏของเขาและของมิเรียม และย้ายอย่างเงียบๆ ไปอยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับพรของพระเจ้ามากกว่าคำสาปแช่งของพระองค์ คนรุ่นต่อไป คือ รุ่นที่จะได้รับมรดกที่ดินและเข้าสู่ประวัติศาสตร์พระสัญญานี้ในฐานะประชากรของพระองค์ ถิ่นทุรกันดารจึงกลายเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับสิ่งเหล่านี้

แต่ภาพที่เป็นบวกมากที่สุดของทั้งหมดในพระธรรมกันดารวิถีคือภาพของพระเจ้า ผ่านการจัดเตรียม การทรงสถิต และความอดทนของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้สัตย์ซื่อ หลังจากที่เปรียบเทียบความสัตย์ซื่ออื่นๆ ทั้งหมด พระองค์จัดเตรียมความจำเป็นทางกายภาพ การป้องกันจากศัตรู จัดระบบการนมัสการและการชดใช้ ให้บทบาทผู้นำที่เข้มแข็งและผู้สืบทอดต่อโมเสส การทรงสถิตของพระองค์เป็นที่รู้จักกันในทุกๆ วันท่ามกลางเสาเมฆและไฟ การปรากฏของพระองค์จะปรากฏขึ้นโดยตรงเพื่อช่วยเหลือผู้นำของพระองค์และเพื่อให้ดำเนินการตามแผนของพระองค์ (เช่นบทที่ 12 และ 14) ความอดทนที่มีต่อบรรดาคนหัวแข็งเช่นนี้ ช่างน่าทึ่งจริงๆ แม้ว่าพวกเขากบฏพระองค์จะให้อภัย แม้ว่าพวกเขาปฏิเสธ แต่พระองค์จะยอมรับพวกเขาอีกครั้ง

กันดารวิถีแสดงให้เราเห็นถึงพระเจ้าผู้ทรงทำพันธสัญญา ทรงวางพระองค์เองไว้อย่างสมบูรณ์เพื่อกำหนดประชากรของพระองค์ มันย้ำเตือนเราถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์เมื่อเราเองไม่ได้ซื่อสัตย์ เป็นความปรารถนาของพระองค์ที่มีต่อเราเมื่อเราหันหลังให้พระองค์ ขอให้เราขอบพระคุณว่าพระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

        √ บทเรียนและการประยุกต์ใช้

เราเห็นบทเรียนอะไรบ้างที่นี่?

พระเจ้าสามารถทำลาให้พูดได้อย่างมีสติปัญญา ถ้าพระองค์ทรงต้องการ! ดังนั้นเราไม่ควรแปลกใจสำหรับผู้ส่งสารที่พระเจ้าทรงเลือกที่จะใช้เขา

การบ่นและไม่พอใจเป็นรูปแบบหนึ่งของการกบฏ มีผลร้ายแรงเมื่อเราไม่ไว้วางใจพระเจ้าในการจัดเตรียมเพื่อเราและปกป้องเรา

Exercise Files
No Attachment Found
No Attachment Found
0% Complete